Home Album Instagram
 
 

 
   
 
'จุ๋ย-วรัทยา' ตีบทแตก ฝีปากแซ่บไม่มีใครเกิน!!! กับบทบาท 'อุรวี' ในละคร 'เพลิงรักเพลิงแค้น'
บอกเลยว่าละคร "เพลิงรักเพลิงแค้น" เรื่องนี้ ไม่มีใครยอมใครจริงๆ แค่เปิดฉากเริ่มตอนแรกก็ทำให้รู้สึกถึงความร้อนแรงไฟแผดเผาจนแฟนๆต่างลุ้น และเอาใจเชียร์กันสุดฤทธิ์ ซึ่งเรียกได้ว่าทั้งผู้จัด "หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์" และผู้กำกับ "ใหม่-ภวัต พนังคศิริ" ทั้งคู่ยืนหนึ่งเรื่องฝีมือการผลิตละครคุณภาพจริงๆ งานนี้ทั้งคู่ได้คว้านางเอกสายดราม่าอย่าง "จุ๋ย-วรัทยา" มาเป็น "อุรวี" หรือ "วี" สาวเท่แกร่ง ผู้มั่นใจ เด็ดเดี่ยว แข็งกระด้าง แต่ข้างในเต็มไปด้วยความอ่อนแอ และโหยหาที่ยึดเหนี่ยวหัวใจ เพราะปมชีวิตที่ถูกพ่อทิ้ง และแม่ไปอยู่กับเมียใหม่ลูกใหม่ตั้งแต่เธอยังเด็ก จนแม่ตรอมใจตาย เธอถูกเลี้ยงดูมากับยายและป้า โดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆจากพ่อ เธอเกลียดชังพ่อและครอบครัวใหม่ของพ่อ โดยเฉพาะ "อันธิกา" น้องสาวต่างมารดาของเธอ ซึ่งบทบาทนี้จะยากแค่ไหน "จุ๋ย-วรัทยา" ให้สัมภาษณ์ว่า "รับบทเป็น อุรวี ในเรื่องเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบลายผ้า แต่ที่จริงก็เป็นคนดีนะ แต่ว่าอารมณ์ร้อน และก็มีปมเรื่องครอบครัวเลยทำให้กลัวที่จะมีความรัก หรือว่ากลัวจะต้องแต่งงาน เรื่องนี้จุ๋ยจะเป็นนางเอกที่แบบสู้คนมากๆ คือเป็นนางเอกที่อารมณ์ร้อนขึ้นตลอดเวลา คือบางครั้งที่รับบทเป็นตัวดีเราก็จะนิ่งกว่านี้ แต่บทนี้เหมือนแรงมาก็แรงกลับ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ดังนั้นอารมณ์ที่ใส่กลับไปเวลาเล่นกับพี่ศรีริต้า ซึ่งจะค่อนข้างรุนแรง จะค่อนข้างใช้พลัง ดังนั้นเวลาจุ๋ยจะเบาแรงไว้เพราะต้องใช้พลังงานมากในการถ่าย แต่พี่ศรีริต้าเวลาซ้อมก็จะบอกว่าเอาแรงๆเลยจุ๋ย แต่จุ๋ยก็บอกพี่ว่าถ้าหนูเอาจริงหนูจะเอาแรงๆแต่ตอนซ้อมหนูของเก็บแรงไว้ก่อนเดี๋ยวหนูเหนื่อย คือพี่ศรีริต้าต้องการเข้าถึงตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นละครที่ท้าทายการใช้พลังงานของจุ๋ยเหมือนกัน พอเล่นเสร็จผู้ช่วยผู้กำกับถึงขั้นเรียนว่า จีจ้า เพราะว่าถึงขั้นกระโดดคิวบู๊ไปตบ แต่ว่าเป็นความต้องการของพี่ใหม่ ผู้กำกับ ด้วยนะคะ ไม่อยากให้มันเป็นดูตบกันแบบผู้หญิง อยากให้การปะทะกันไม่ว่าจะเป็นด้วยกำลังหรือคารมให้ดูเหมือนเป็นผู้ชายคุยกัน เป็นคิวบู๊เลยค่ะ" เรียกได้ว่าทั้ง "อุรวี" และ "อันธิกา" ต่างไม่มีใครยอมใครกันเลยจ้า จึงทำให้ละคร "เพลิงรักเพลิง" แค้นคือละครที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด เลือกได้เลยว่าจะอยู่ทีมระหว่าง อันธิกา และ อุรวี มาร่วมเอาใจเชียร์ และลุ้นชีวิตของพี่น้องสองคนนี้ ว่าจะจบกันเช่นไร และอุรวี จะลงเอยกับใคร สามารถติดตามความแซ่บของละคร "เพลิงรักเพลิงแค้น" ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น. ทางช่อง 3 กด 33 หรือทาง Application Ch3 Thailand
 
 
 
 
 

 
   
 
ทุ่มหนักจัดเต็ม!! ช่อง 3 เตรียมส่งยานรับมนุษย์ต่างดาว 'ณเดชน์' ปะทะซุปตาร์สาว 'แมท' ใน 'ลิขิตรักข้ามดวงดาว' เวอร์ชั่นไทย 2019
ไม่ต้องรออีกต่อไป พร้อมแล้วสำหรับละครฟอร์มยักษ์ “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” หรือ “My Love From Another Star” เวอร์ชั่นไทย ของผู้จัด “หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์” แห่งค่าย “บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด”ที่ขอจับซีรีส์เกาหลีที่เคยคว้าความนิยมจนดังพลุแตกอย่าง ซุปเปอร์สตาร์ตัวร้ายกับนายต่างดาว (You Who Came From The Star)ที่ผู้จัดขอทุ่มทุนบินตรงไปยังประเทศเกาหลีเพื่อศึกษาดูงานและขอซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งงานนี้ได้ผู้กำกับมือทอง “พี่ใหม่ ภวัต พนังศิริ” มากำกับการแสดง และยังได้ผู้เขียนบทโทรทัศน์ (เวอร์ชั่นไทย) อย่าง “สุธิสา วงษ์อยู่” เรื่องนี้ยังเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย อย่าง “ณเดชน์-คูกิมิยะ” รับบทเป็น “อชิระ” หนุ่มมนุษย์ต่างดาว และ “แมท-ภีรณีย์” รับบทเป็น “ฟ้าระดา” ซุปเปอร์สตาร์สาวสวย ร่วมด้วยนักแสดงที่มาร่วมฟาดฟันกันอีกมากมาย อาทิ “มาสุจรรยางค์-ดีกุล, กมลเนตร เรืองศรี, สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล, มนตรี เจนอักษรอิทธิพัทธ์ ฐานิตย์, พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ, สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ, ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม, ณัฐฐชาช์ บุญประชม, สุมณทิพย์ ชี, อนันต์ บุนนาค, กวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรีภัสสร บุณยเกียรติ, เอ็ดดี้ เฮง, อนุสรา วันทองทักษ์, ธรากร สุขสมเลิศ, วิชัย จงประสิทธิ์พร,มาริลิน เคท การ์ดเนอร์, ยงศิลป์ วงศ์-พนิตนนท์ และ ชนิกานต์ ตังกบดี”อีกทั้งละครลิขิตรักข้ามดวงดาว(เวอร์ชั่นไทย) เตรียมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยผลงานละครไทยเรื่องแรกกับการจะได้ฉายพร้อมประเทศจีน!! งานนี้ผู้จัด “หน่อง อรุโณชา” ถึงกับเอ่ยบอกปากถึงความยากง่ายของละครไว้ว่า “เรื่อง You Who Came From The Starก็มีอีกชื่อหนึ่งว่า My Love From Another Star ในครั้งแรกเกิดจากความประทับใจเพราะว่าในเวอร์ชั่นของเกาหลีถือว่าเป็นปรากฏการณ์เลย เรื่องนี้ดังมากเรตติ้งสูงมาก ซึ่งไม่ได้ดังแค่ในประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ดังระดับเอเซียไปถึงระดับโลก เรื่องนี้มีคนแนะนำให้ดู พอได้ดูก็รู้สึกว่านี่เขาพัฒนาไปถึงขนาดนี้แล้วหรอ เรื่องนี้จุดที่น่าสนใจคงจะเป็นเรื่องของโปรดักชั่นเรื่องของการถ่ายทำ CG นักแสดง ทุกอย่างลงตัว ทั้งชาวเกาหลีและคนไทย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ประทับใจ และคิดว่าคนไทยน่าจะได้เห็นในเวอร์ชั่นของประเทศไทย ซีรีส์ดังมากถึงขั้นจัดนิทรรศการขึ้นมา เราก็เลยบินไปดู นิทรรศการ รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ เพราะเราได้เห็นถึงเบื้องหลังว่าเขาทำงานกันยังไง และพอมีโอกาสได้ทำจริงทำให้รู้สึกว่ามีภาพใหม่ๆให้กับท่านผู้ชมเรื่องนี้มีความยากทุกอย่างเรื่องฉาก โลเคชั่น ซึ่งโลเคชั่นหลัก ฉากคอนโดของพระเอกซึ่งเป็นฉากสำคัญ หลังจากที่เราประชุมกับทางผู้กำกับก็มาลงตัวที่ว่า เราต้องสร้างฉากขึ้นมาเองให้ใกล้เคียงและเหมือนกับต้นฉบับมากที่สุด ส่วนสถานที่ต่างจังหวัดการถ่ายทำยากมากนะคะ ต้องดูหลายอย่าง เพราะเรามีทั้งกล้อง อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำ ทีมงาน บางที่เราต้องนั่งรถต่อไปเข้าไปซึ่งไกลมาก ทีมงานนักแสดงทุกคนทุกฝ่าย พวกเราก็ยินดีนำเสนอมากๆ ก็อยากจะให้ทุกคนติดตามชมกันด้วยนะคะ” ส่วนทางผู้กำกับ “พี่ใหม่ ภวัต พนังศิริ”ได้เปิดเผยว่า “สิ่งแรกเลยที่รู้สึกว่ายาก คือมันเป็นงานรีเมคจากของทางเกาหลี เราต้องมานั่งคุยมานั่งตีความว่าเราจะทำอย่างไรให้ออกมา สิ่งที่ดีของเขาต้องยังอยู่ สิ่งที่เราเสริมหรือตีความเข้าไปในบางฉากบางซีนให้เพิ่มขึ้น นั่นคือส่วนที่ยากในการทำละครเรื่องนี้ อย่างตัวละครอชิระ ผมก็มานั่งคุยกับณเดชน์ว่าเราจะตีความการเป็นมนุษย์ต่างดาวออกมาอย่าให้มันรู้สึกว่ามันแข็งเกินไปอย่าให้ตัวเองรู้สึกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว ตอนแรกก็รู้สึกยากและใช้เวลาจูนนาน คือถ้าคิดว่าตัวละครนี้เป็นมนุษย์ต่างดาวตั้งแต่ตอนแรก และพยายามจะเล่นออกมาเป็นมนุษย์ต่างดาว มันก็จะมีความแข็งของคาเรคเตอร์ตัวละคร มันมีความเป็นหุ่นยนตร์ พอตีความเป็นมนุษย์ต่างดาวเราต้องตีความเป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปแต่อย่าลืมว่าอยู่มา 400 กว่าปีแล้ว จนมาถึงตอนนี้ อย่างช่วงแรกๆ ที่เขามาเยือนโลกก็สามารถเล่นให้เหมือนมนุษย์ต่างดาวได้ คือเราต้องตีความเอาเองว่ามนุษย์ต่างดาว มีความรู้สึก สภาพจิตใจยังไง เมื่อเมื่ออยู่มาแล้ว 400 กว่าปี มันต้องมีความเป็นมนุษย์โลกแทรกซึมอยู่ในตัวละครตัวนี้มากพอสมควร” ด้วยเนื้อหาของทางเกาหลีที่พระเอกเป็นมนุษย์ต่างดาว กับการอาศัยอยู่บนดาวโลกมนุษย์มานานนับ 300 ปี ตั้งแต่ยุคโชซ็อนจนถึงปัจจุบันเพื่อรอกลับไปยังโลกของมนุษย์ต่างดาว ทางเวอร์ชั่นไทยก็ทำได้เทียบเท่าเวอร์ชั่นแบบฉบับเดิม ด้วยเนื้อหาเรื่องราวของหนุ่มอชิระที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2231 สมัยกรุงศรีอยุธยา มนุษย์ต่างดาวกับการเข้ามาสำรวจทรัพยากรบนโลก ทำให้เขาต้องอยู่บนโลกนี้นานนับ 300 ปี กระทั่งในปี 2562 อชิระได้พบกับฟ้ารดา จากเรื่องบังเอิญเปลี่ยนเป็นความรักที่ต้องการปกป้อง การต้องเลือกระหว่างชีวิต และหัวใจ ทั้งนี้ละครฟอร์มยักษ์แนวใหม่ “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20-22.35 น. ทางช่อง 3 กด 33 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Ch3Thailand
 
 
 
 
 

 
   
 
ยอดวิวพุ่งเกือบ 4 ล้าน! 'เก่ง ธชย' ร้องเพลงประกอบละครลิขิตแห่งจันทร์ ฟังจนติดหูกับ 'ชอบเธอแบบนี้'
อินเนอร์มาเต็มทั้งละคร และเพลงประกอบละคร "ลิขิตแห่งจันทร์" ที่คว้าศิลปินหนุ่มไทยประยุกต์ "เก่ง ธชย" มาร้องเพลงประกอบละคร "ชอบเธอแบบนี้" จาก Chandelier_music เพลงที่มีการแต่งเนื้อแตกต่างจากเพลงประกอบละครทั่วไป มีเนื้อท่อนแร็ปเข้ามาสอดแทรกด้วยการสื่อความหมาย ความรู้สึกแทนตัวนักแสดงถึง แม่หญิงโอปอล หรือ ดวงแก้ว (น้ำตาล พิจักขณา) หลังจากที่มีการปล่อยเพลงออกมาได้ไม่เท่าไร ก็เร่งเดินหน้าทำลายยอดวิวเป็นว่าเล่น และทะยานขึ้นเรื่อยๆ ด้วยยอดวิวที่กำลังจะแตะ 4 ล้าน!! "ผมดีใจนะครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับเพลงละครเรื่องนี้ ในตอนที่เราได้รับโจทย์นี้มา ผมก็รู้สึกว่าเพลงนี้เพราะมากๆ เลย ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะตีความอย่างไร เพลงนี้มีการร้อง 2 โทน ตอนแรกเราก็กลัวว่าเราจะร้องออกมาแนวไหน แต่พอได้ดูละครด้วยก็เข้าใจมากขึ้น กับการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาให้คนเข้าใจ เพื่อที่เวลาใครเปิดฟังจะเข้าใจความหมายของเพลงที่เราถ่ายทอดออกไป ตอนนี้ยอดวิวก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้สึกดีใจครับ และขอบคุณทุกคนนะครับที่ให้การสนับสนุนและชอบเพลงนี้" เพลงเพราะละครดี ที่ฟังแล้วทำเอาติดหูกันทั่วบ้านทั่วเมืองกับ "ชอบเธอแบบนี้" และตอนนี้ละครกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กับละครย้อนยุคข้ามภพข้ามชาติ แนวโรแมนติกคอมเมดี้ แฟนตาชี แอคชั่น ครบรส พลาดไม่ได้กับ "ลิขิตแห่งจันทร์" ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.20-22.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15-22.30 น. ทางช่อง 3 กดช่อง 33 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Ch3Thailand ชม MV เพลง ชอบเธอแบบนี้ ได้ที่ :: www.youtube.com/watch?v=AA9rnXMcxE0
 
 
 
 
 

 
   
 
Mello ขอบคุณจากใจ ทุกกระแสตอบรับซีรีส์ '2Moons2' The Series จากทั่วทุกมุมโลก
Mello Thailand ขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับ “2Moons2 The Final Episode”อย่างอบอุ่น ของแฟนคลับผู้โชคดีที่ได้มาร่วมชมตอนจบ และกระทบไหล่นักแสดงนำทั้งหก“เบน-เอิร์ธ-จุง-นาย-พูม-โดม” แบบใกล้ชิดสุดฟิน ผ่านพ้นไปด้วยความประทับใจ สำหรับงาน “2Moons2 The Final Episode” ชม 2Moons2 The Series เดือนเกี้ยวเดือน 2 ตอนจบก่อนใครพร้อมนักแสดงนำทั้งหกได้แก่ เบน เบญจมินทร์ เบรเซียร์ รับบท หมอป่า, เอิร์ธ ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล รับบท วาโย, จุง อาเชน ไอย์ดึน รับบท มิ่งขวัญ, นาย กรชิต บุญสถิต์ภักดี รับบทหมอคิท, พูม นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์รับบทโฟร์ทและโดม วรนาถ รัตธนภาสรับบทหมอบีมที่โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 เอ็มควอเทียร์เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา บรรยากาศภายในงานเริ่มด้วยความอบอุ่น เพราะเหล่าแฟนคลับนับร้อยยกกันมาก่อนงานเริ่ม ทั้งสายพร้อมลุ้นและสายพร้อมเปย์มากันครบโดยแฟนคลับผู้โชคดีที่ต้องฝ่าฟันบัตรมาอย่างยากลำบาก มีเพียง 130 คนเท่านั้นที่ได้กระทบไหล่นักแสดง ซึ่งถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะมีแฟนคลับต่างชาติพร้อมใจบินไกลจากต่างแดนเพื่อมางานนี้โดยเฉพาะ อาทิ อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ลาว เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน เหล่าเดือนทั้งหก เปิดตัวด้วยเสียงหวาน ๆ กับเพลง “ระหว่างเรา” ที่ใช้ประกอบซีรีส์เดือนเกี้ยวเดือน 2 และร่วมพูดคุย เล่นเกมกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิดเสมือนเป็นครอบครัว มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความตื้นตัน งานนี้หนุ่มพูมขอทำซึ้งพูดความในใจ “ขอบคุณที่ทุกคนทำให้เขาได้มาเป็นโฟร์ทอย่างทุกวันนี้” พร้อมด้วยนาย, เอิร์ธ และจุง ขอบอกความในใจบ้าง ขอบคุณแฟนคลับ บุคคลเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรามาตลอดยิ่งทำให้น้ำตาท่วมโรง ช่วงสุดท้ายของงานเหล่าแฟนคลับแอบมีเซอร์ไพรส์มอบให้นักแสดงด้วยวิดีโอพรีเซนต์ เล่นเอาน้องนายกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกครั้ง พาโดมเจ้าลักยิ้มผู้แข็งแกร่งร้องไห้ตามเพื่อนเลยทีเดียวก่อนจากลากันไป เมื่อแฟนคลับให้ใจเหล่าเดือนขนาดนี้ มีหรือจะไม่ตอบแทน หนุ่มๆ ทั้งหกขอลาแฟนคลับด้วยการไฮทัชตัวต่อตัว และให้แฟนคลับได้บันทึกความทรงจำกันได้อย่างใกล้ชิด เรียกว่าความพิเศษแบบนี้Mello จัดให้เพื่อขอบคุณแฟนคลับทุกคนจากหัวใจ ที่ร่วมเดินทางมากับซีรีส์เรื่องนี้จนถึงตอนสุดท้าย นอกจากนี้ยังมีข่าวดีมาบอก สำหรับแฟนซีรีส์ห้ามพลาดติดตามความประทับใจเก็บตกซีนหวานช็อตเด็ดช็อตฟินแยกความรักของแต่ละคู่ รวมทั้งบทสรุปใน Episode พิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้นติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดทางเว็บไซต์ Mello.me และแอปพลิเคชัน Mello Thailand
 
 
 
 
 

 
   
 
'เพื่อน-คณิน' ควงคู่ 'น้ำตาล-พิจักขณา' บุกโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ร่วมกิจกรรม 'ช่อง 3 รวมพลังรักษ์โลก School Tour'
สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จับมือค่ายละคร อาหลอง กรุ๊ป สานต่อโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเล็งเห็นความสำคัญของเยาวชนคนรุ่นใหม่ และปัญหาการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ร่วมกันจัดกิจกรรม "ช่อง 3 รวมพลังรักษ์โลก School Tour" เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร ช่อง 3 และ คุณกัญจน์ ภักดีวิจิตร, คุณบุญจิรา ภักดีวิจิตร แห่งค่าย อาหลอง กรุ๊ป พาทีมนักแสดงจากละคร "ลิขิตแห่งจันทร์" อาทิ เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ, น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ ร่วมกันทำกิจกรรมและให้ความรู้ด้านการจัดการขยะให้กับน้องๆ นักเรียนที่โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ภายในงาน 2 นักแสดงหนุ่ม ยูโด-ธรรม์ธัช ธารินทร์ภิรมย์ และ เค้ก-นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย รับหน้าที่พิธีกร นำเหล่าทีมนักแสดง "ลิขิตแห่งจันทร์" ชวนน้องๆ ร่วมเล่นเกมกิจกรรมสันทนาการ กระทบไหล่นักแสดงอย่างใกล้ชิด จากนั้นนักแสดงและนักเรียนโรงเรียนสายน้ำผึ้งได้ร่วมกันทำกิจกรรม workshop ให้ความรู้วิธีการจัดการแยกขยะและลดปริมาณขยะ เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีของเยาวชน พร้อมเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป ก่อนทิ้งท้ายฝากติดตามละคร “ลิขิตแห่งจันทร์” ที่กำลังสนุกเข้มข้น ออกอากาศทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33 HD ในการนี้คณะผู้บริหารช่อง 3 คุณดวงรัตน์ มหาวนิช รองผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคีผู้สนับสนุนกิจกรรม คุณชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร , คุณประเทืองวิทย์ ดีใจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร , คุณประทรรศน์ สูตะบุตร ตัวแทนจากโครงการ PPP Plastic , ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสายน้ำผึ้ง และเครือข่ายพันธมิตร BECi , สตาร์บอร์ด , LUSH Thailand ได้เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย