NEWS

4 ท่านอนแก้ปวดหลัง.. ถ้าไม่อยากปวดหลังบ่อยๆ เปลี่ยนท่านอนด่วน

Aug 11, 2017 / ดู 13,521 ครั้ง
4 ท่านอนแก้ปวดหลัง
 
ท่านอนแก้ปวดหลัง แค่ปรับลักษณะท่านอนให้ถูกต้อง อาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยเฉพาะส่วนหลังก็จะบรรเทาลงได้
 
คนที่มีอาการปวดหลังมานาน บริหารร่างกายด้วยท่าไหนอาการปวดหลังก็ไม่บรรเทาลงสักที เคสนี้อาจต้องลองปรับสิ่งเล็ก ๆ ที่เราอาจจะไม่ทันคิดดูก่อน อย่างลักษณะท่านอนแก้ปวดหลังต่อไปนี้ ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีเลย
 
 
1. นอนตะแคง หนุนหมอนที่ขา
    
ท่านอนแก้ปวดหลังท่าแรกขอแนะนำให้นอนตะแคง เพราะเป็นท่าที่กระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะโค้งอย่างเหมาะสม และควรจะนอนตะแคงแบบงอเข่าเล็กน้อย พร้อมกับหนุนหมอนที่ระหว่างขาทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้สะโพกอยู่ในระนาบเดียวกันกับกระดูกสันหลัง ไม่เกิดการคดงอที่ผิดไปจากปกติ อีกทั้งการนอนในท่านี้จะช่วยให้คุณนอนหลับสนิทขึ้นด้วย
 
 
2. นอนตะแคงเอาแขนแนบลำตัว
 
ท่านอนนี้เป็นท่าที่ดีต่อกระดูกสันหลังมากที่สุด เพราะจะทำให้ร่างกายอยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ช่วยลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ในคราวเดียวกัน รวมไปถึงช่วยลดปัญหานอนกรนได้อีกต่างหาก แต่หากนอนทับแขนนาน ๆ อาจได้รับผลกระทบเป็นอาการปวดไหล่และแขนได้ ดังนั้นอาจเลี่ยงโดยการเปลี่ยนท่านอนเป็นพัก ๆ 
3. ท่านอนตะแคงขวา งอเข่า
 
ท่านอนตะแคงขวาเป็นท่านอนที่ดี เพราะจะช่วยให้หัวใจเต้นสะดวกและอาหารจากกระเพาะอาหารถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี และท่านอนนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ โดยเฉพาะหากนอนงอเข่าข้างหนึ่งโดยมีหมอนข้างกอดไว้ หรือจะงอเข่าทั้งสองข้างในท่าคู้ตัวก็ได้ 
    
ส่วนหมอนที่ใช้หนุนในท่านี้ควรมีความหนามากพอที่จะให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกันกับลำตัว เพราะหากหนุนหมอนที่เตี้ยเกินไป ศีรษะจะเอียงลงหรืออย่างน้อยก็ควรหาหมอนที่มีความสูงเท่าหรือใกล้เคียงกับระยะจากระดับด้านข้างของศีรษะไปถึงแนวระดับไหล่มาหนุน ซึ่งจะทำให้แนวของกระดูกสันหลังส่วนคออยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลังส่วนอกและส่วนเอว
 
 
4. ท่านอนหงาย แขนวางข้างลำตัว
    
ท่านี้เป็นท่านอนเบสิกที่หลาย ๆ คนโปรดปราน ทว่าหากอยากแก้อาการปวดหลังควรนอนหงายโดยมีหมอนหนุนใต้เข่าสักหน่อย เพื่อเป็นการจัดเรียงกระดูกสันหลังให้อยู่ในลักษณะโค้งอย่างเหมาะสม 
    
ทว่าหากที่นอนนุ่มนิ่มจนเกินไป ทำให้ท่านอนหงายของเราอยู่ในลักษณะโค้งจนคล้าย ๆ ลักษณะของช้อน เคสนี้อาจต้องใช้หมอนรองที่บริเวณหลังส่วนล่างเพื่อเป็นการรักษาความโค้งงอของกระดูกสันหลังให้เหมาะสมด้วย
 
 
 
ที่มา kapook