โค้งสุดท้าย 'Mercury Prize 2018' : เผยจุดเด่น 12 อัลบั้มผู้เข้าชิง ในงานประกาศรางวัลทางดนตรีฝั่งยุโรปที่เน้นคุณภาพขนานแท้ ก่อนรู้ผล 20 ก.ย. นี้! | BEC Tero Radio
NEWS

โค้งสุดท้าย 'Mercury Prize 2018' : เผยจุดเด่น 12 อัลบั้มผู้เข้าชิง ในงานประกาศรางวัลทางดนตรีฝั่งยุโรปที่เน้นคุณภาพขนานแท้ ก่อนรู้ผล 20 ก.ย. นี้!

Sep 15, 2018 / ดู 920 ครั้ง

หากจะกล่าวถึงรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในอุตสาหกรรมเพลงของสหราชอาณาจักรฯ ชื่อของ Mercury Prize ต้องปรากฎขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในใจนักฟังเพลงอย่างแน่นอน โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นใบเบิกทางให้กับ Arctic Monkeys, Franz Ferdinand หรือ The xx ซึ่งล้วนแต่เป็นหน้าใหม่ของวงการก่อนจะได้รางวัลนี้มาครอบครอง รู้ตัวอีกทีไม่กี่ปีให้หลังชื่อเหล่านั้นกลายเป็นถึงศิลปินระดับท็อป และไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ล้วนแต่ได้รับการจับตามองจากสาธารณะไปหมดเสียแล้ว
 


สำหรับตัวรางวัล Mercury Prize นี้จะมอบให้กับอัลบั้มโดยศิลปินชาวอังกฤษหรือไอริชซึ่งทางคณะกรรมการเห็นพ้องกันว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดเพียงอัลบั้มเดียวในปีนั้น ๆ โดยไม่จำกัดแนวดนตรี สำหรับคณะกรรมการในปีนี้ประกอบด้วยดีเจและนักวิจารณ์เพลงแถวหน้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Clara Amfo จาก BBC Radio 1, Harriet Gibson จาก The Guardian Guide, Phil Alexander จาก Kerrang! รวมไปถึงเหล่าศิลปินด้วยกันอย่าง Marcus Mumford (Mumford & Sons), Jamie Cullum และ Ella Eyre

ในปี 2018 นี้ มีผู้เข้าชิงรางวัล Mercury Prize จำนวน 12 อัลบั้มถ้วน และแน่นอนว่าแม้จะมีขวัญใจชาวร็อกอย่าง Arctic Monkeys, Noel Gallagher’s High Flying Birds หรือ Florence + The Machine แล้ว ผู้เข้าชิงรายอื่นก็นับว่าน่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว  

 



“Tranquility Base Hotel & Casino” โดย Arctic Monkeys
 


Arctic Monkeys กลับมาเข้าชิงรางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4 (เป็นรองเพียง Radiohead ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงถึง 5 ครั้ง แม้จะไม่เคยได้รางวัลเลย) ซึ่งเทียบเท่ากับเจ้าแม่ PJ Harvey ผู้สร้างประวัติศาสตร์โดยเป็นศิลปินเพียงคนเดียวที่ชนะรางวัล Mercury Prize มากกว่าหนึ่งครั้ง ในคราวนี้เป็นที่น่าจับตามองว่า Alex Turner และผองเพื่อนจะสามารถเข้าร่วมหอเกียรติยศไปด้วยได้หรือไม่จากผลงานบัลลาดร็อกชิ้นใหม่ของวง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงที่แม้จะทำเอาขาร็อกช็อกไม่ใช่เล่น กลับสามารถเอาชนะใจนักวิจารณ์หลายสำนักไปได้อย่างสวยงาม รวมถึงเผยให้เห็นถึงความสามารถทางด้านดนตรีของสี่หนุ่มที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อนด้วย

 

 



“A Fever Dream” โดย Everything Everything
 


สี่หนุ่มอินดี้ร็อกจากแมนเชสเตอร์พาอัลบั้มที่ 4 ของตนเข้าชิงรางวัล Mercury Prize เป็นครั้งที่ 2 ด้วยดนตรีจังหวะโจ๊ะพร้อมเนื้อหาอันลึกซึ้งโดยเล่นกับประเด็นหนัก ๆ อย่างการเมืองหรือขบวนการก่อการร้ายออกมาได้อย่างมีวิจิตรศิลป์ซึ่งนับเป็นสไตล์ที่ยากจะหาใครเหมือน ทั้งการได้โปรดิวเซอร์อย่าง James Ford มาร่วมผสานริฟฟ์กีต้าร์เข้ากับซาวด์อิเล็กทรอนิกอย่างลงตัวนั้นยิ่งเสริมให้ประสบการณ์การทางดนตรีนี้ออกมาบันเทิงอย่างเหลือเชื่อ
 

 



“Everything Is Recorded” โดย Everything Is Recorded
 


ผลงานอัลบั้มเต็มชิ้นแรกจากโปรดิวเซอร์ Richard Russell เจ้าของค่าย XL Recordings ผู้ให้กำเนิด Adele นี้ได้แขกผู้มีเกียรติมาร่วมสมทบกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งไม่ว่าจะเป็น Mark Ronson, Damon Albarn, Kamasi Washington รวมไปถึงผู้ชนะรางวัล Mercury Prize ปีล่าสุดอย่าง Sampha การร่วมงานระดับออลสตาร์นี้ส่งผลให้ดนตรีอิเล็กทรอนิกของเขาออกมาไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังแน่นอนว่าเสร็จโรงเรียนขวัญใจนักวิจารณ์ไปอีกเป็นที่เรียบร้อย
 

 



“High as Hope” โดย Florence + The Machine
 


ถือเป็นอัลบั้มที่ให้ Florence Welch แสดงให้เห็นว่าแม่ก็ยังคงเป็นแม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านเสียงร้องอันทรงพลังหรือเนื้อเพลงที่เธอบรรจงถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวได้อย่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ สำหรับสตูดิโออัลบั้มลำดับ 4 ของเธอนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครในด้านกำลังพล โดยได้ทั้ง Jamie xx, Tobias Jesso Jr. และ Kamasi Washington มาเสริมทีมให้งานปังยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นผลงานที่ออกมาจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่านี่ถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของเธอ
 

 

 

“Lost & Found” โดย Jorja Smith
 


 

ไม่ผิดนักหากจะเรียกว่าอัลบั้มที่ 2 ในชีวิตของสาวอาร์แอนด์บี Jorja Smith คืองานสร้างชื่อให้กับเธอในฐานะนักร้องอย่างแท้จริง โดยอัลบั้มนี้ซึ่งประกอบไปด้วยเพลงฮิตอย่าง “Blue Lights” และ “Teenage Fantasy” สามารถพุ่งทะยานขึ้นไปอยู่อันดับ 3 บน UK Albums Chart ได้ ความสำเร็จดังกล่าวนับว่าน่าประทับใจไม่เบาสำหรับศิลปินนอกกระแส ทั้งยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเพลง “Lifeboats (Freestyle)” ที่ได้หนุ่มนักดนตรีและโปรดิวเซอร์มาแรงอย่าง Tom Misch มาร่วมเขียนและโปรดิวซ์ด้วย
 

 



“The OOZ” โดย King Krule
 


เป็นที่กล่าวขานกันว่าสตูดิโออัลบั้มลำดับ 3 ของ Archy Marshall นั้นยากจะนิยามว่าเป็นประเภทอะไร อย่างไรก็ดีนี่คือส่วนผสมของทริปฮ็อป (แนวดนตรีฟิวชั่นระหว่างฮิปฮ็อปและอิเล็กทรอนิกา), อาร์แอนด์บี, พังค์ ร็อก และแจ๊ซซึ่งออกมาบรรจบกันได้อย่างประหลาดและลงตัว “The OOZ” ถือเป็นอัลบั้มที่คู่ควรแก่การรอคอย 5 ปีอย่างแท้จริง สุดท้ายแล้วยังสามารถติดอัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปีจากสื่อชั้นนำหลายสำนักอย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Billboard, Clash, The Guardian, NME, Pitchfork หรือ Spin
 

 

 

“No Shame” โดย Lily Allen
 


หลังผ่านการหย่าร้างและวิกฤตอัตลักษณ์อันนับเป็นช่วงเวลาไม่น่าอภิรมย์สำหรับใครนัก นักร้องสาวจากลอนดอน Lily Allen เลือกที่จะนำอิทธิพลจากดนตรีแดนซ์ฮอลล์และเร็กเก้เข้ามาใส่ในอัลบั้มอิเล็กโทรป๊อปล่าสุดของเธอซึ่งเปี่ยมไปด้วยเรื่องของชีวิตและความสัมพันธ์ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การใช้สารเสพติด ร่วมกับประเด็นทางสังคมและการเมืองต่าง ๆ  “No Shame” กลายเป็นอัลบั้มที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ด้วยธีมและเนื้อหาที่เติบโตขึ้นกว่าเดิม
 

 



“Holiday Destination” โดย Nadine Shah
 


อัลบั้มโพสท์ พังค์นี้เป็นอีกหนึ่งงานที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นบ้านเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลกได้อย่างดุเดือดและไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ทั้งยังทำออกมาได้ชาญฉลาดเสียด้วย Nadine Shah เปล่งเสียงของเธอในฐานะหญิงมุสลิมชาวอังกฤษเชื้อสายนอร์เวย์-ปากีสถานออกมาได้อย่างเฉียบขาด ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปะที่ท้าทายขอบเขตด้านการเมือง วัฒนธรรม และดนตรีได้อย่างกล้าหาญ สมศักดิ์ศรีกับการเข้าชิง Mercury Prize ครั้งแรกในชีวิตทุกประการ
 

 



“Who Built the Moon?” โดย Noel Gallagher’s High Flying Birds
 


อัลบั้มที่สามในฐานะ Noel Gallagher’s High Flying Birds และการเข้าชิง Mercury Prize เป็นครั้งที่สาม (สองครั้งก่อนหน้าเป็นการเข้าชิงกับวง Oasis) นี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่พิสูจน์ว่าชายแก่คนนี้ยังไม่หมดแรงหรือหวังแต่จะกินบุญเก่าของตัวเอง หากมีสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนั้นคงไม่ใช่อะไรนอกจากความคิดสร้างสรรค์ของ Noel Gallagher ที่มีแต่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยฝีมือการโปรดิวซ์ของ David Holmes บวกกับความช่วยเหลือของเพื่อนร่วมวงการอย่าง Paul Weller และ Johnny Marr และที่ขาดไม่ได้คือความมากประสบการณ์ของ Noel เองคือองค์ประกอบที่ส่งให้ “Who Built the Moon?” อาจกลายเป็นอัลบั้มอันเปี่ยมไปด้วยสีสันที่สุดในชีวิตการทำงานสายดนตรีของเขาเลยก็ว่าได้
 

 



“Novelist Guy” โดย Novelist
 


หากอัลบั้มอื่น ๆ ในลิสต์นี้คือเหล่ายักษ์ของวงการ คงพูดไม่ผิดนักถ้าจะเรียกว่า “Novelist Guy” อาจจะกลายเป็นแจ็คที่มาล้มทุกคนในค่ำคืนแห่งการฉลองไปได้ หนุ่ม Kojo Kankam ในวัย 21 ปีเขียน โปรดิวซ์ และปล่อยอัลบั้มกับค่าย MMM Yeh ที่เขาตั้งขึ้นกับมือโดยปราศจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ใด ๆ ดังนั้นงานนี้อาจเรียกได้ว่านี่คืออัลบั้มทำมือที่แท้ เรียกได้ว่าแฟนคลับแนวเพลงไกรม์ห้ามพลาดเลยทีเดียวกับหนุ่มอนาคตไกลผู้ควรค่าแก่การจับตามอง
 

 



“Your Queen Is a Reptile” โดย Sons of Kemet
 


แม้จะเป็นอัลบั้มเพลงแจ๊ส ไม่ได้หมายความว่า “Your Queen Is a Reptile” จะรอดจากบทสนทนาถึงการเมืองที่กำลังร้อนระอุไปได้ ตรงกันข้าม งานนี้เรียกได้ว่าง้างมาตั้งแต่ชื่ออัลบั้มเลยทีเดียว นี่คือเสียงตอบโต้ถึงผลโหวตเบร็กซิทและการปกครองแบบราชวงศ์ของอังกฤษ Sons of Kermet ซึ่งนำโดย Shabaka Hutchings ในตำแหน่งนักแซ็กโซโฟนนี้สดุดีระบอบกษัตริย์ในนิยามของตัวเองด้วยการให้เกียรติสุภาพสตรีผิวสีซึ่งล้วนถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญไม่แพ้กันแทน อาทิ Yaa Asantewaa แห่งประเทศกานาผู้ต่อสู้กับการล่าอาณานิคมจากอังกฤษ หรือ Angela Davis นักสิทธิมนุษยชนแนวคิดสังคมนิยมที่มีส่วนร่วมในขบวนการสิทธิพลเมืองเมื่อปีค.ศ. 1963 
 

 

 

“Visions of Life” โดย Wolf Alice
 


Wolf Alice ถือเป็นแบบอย่างวงดนตรีอินดี้ยุคใหม่ชนิดครบเครื่อง อัลบั้มแรกของวงจากลอนดอนซึ่งได้เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรตินี้ทำให้พวกเขาขึ้นเป็นอนาคตแห่งดนตรีอังกฤษอย่างไม่มีใครคาดเดาได้มาก่อน ส่วนผลงานลำดับสองที่เรากำลังพูดถึงอยู่คือการตอกย้ำว่านี่คือของจริง คงไม่ใช่เรื่องโม้เกินไปหากจะเรียก Ellie Rowsell ว่าเป็นฟร้อนต์วูแมนที่ชาวร็อกหลายคนใฝ่ฝันหาด้วยความสามารถรอบด้านในการขับร้อง ตั้งแต่เปล่งเสียงหวานในเพลงรักฉบับคนปากแข็งอย่าง “Don’t Delete the Kisses” ไปจนถึงแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดจนน่าตกใจในเพลงซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มอย่าง “Yuk Foo” ที่ทำเอาหลายคนสะดุ้งตั้งแต่ได้ยินทีแรก “Visions of Life” คือความพยายามที่สำเร็จแห่งการคืนชีพให้กับแนวเพลงบริตร็อก
 


นับได้ว่าทั้ง 12 อัลบั้มจาก 12 ศิลปินผู้เข้าชิงนี้ล้วนแต่สมเกียรติสมศักดิ์ศรีแก่ชื่อของ Mercury Prize ทั้งสิ้น และนี่เป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีที่ชาวร็อกจะได้เปิดประสบการณ์การฟังเพลงด้วยงานคุณภาพจากศิลปินแนวดนตรีอื่นผู้ร่วมท้าชิงซึ่งล้วนแต่น่าสนใจไม่แพ้กัน ส่วนสุดท้ายแล้วใครจะคว้ามงกุฎไปครอง มาร่วมลุ้นกันในวันพฤหัสบดีที่ที่ 20 กันยายนนี้

 

 

 

 

 



ข้อมูลจาก : Mercury Prize, BBC Music, The Guardian, Pitchfork
เรียบเรียงโดย RockOnRadio Team


ข่าวอื่นๆ

+more