NEWS

แรงบันดาลใจและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเพลง Don't Look Back In Anger ของ Oasis(ตอนที่1 )

Jun 08, 2017 / ดู 9,925 ครั้ง
ในช่วงที่ผ่านมาเพลง  Don't Look Back In Anger เพลงดังจากอัลบั้ม (What's the Story) Morning Glory? ของคณะ Oasis กลายมาเป็นอีกหนึ่งเพลงที่เป็นการรวมใจของคนทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือง Manchester ที่ได้มีเหตุก่อการร้ายขึ้นจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมากมายหลังคอนเสิร์ตของสาว Ariana Grande 
 
หลังเหตุการณ์นั้นเพลง Don't Look Back In Anger ได้ถูกร้องและบรรเลงขึ้นสองครั้งสำคัญ คือในตอนที่ชาวเมือง Manchester มารวมตัวกันที่จตุรัส St Ann เพื่อร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตและอีกครั้งคือในคอนเสิร์ต One Love Manchester ที่เพลงนี้ถูกขับร้องโดยวง Coldplay และสาว Ariana จนทำให้เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงฮิตอีกครั้งหลังสองทศวรรษที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา
 
ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้ แต่หลายๆคนคงจะยังไม่ทราบที่มา ตอนนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับเพลงนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่าครับ โดยเราจะแบ่งเป็นสองตอนเนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างเยอะโดยตอนนี้จะพูดถึงจุดกำเนิดของเพลงนี้กันครับ
 
 
1.เมื่อครั้งถูกบรรเลงเป็นครั้งแรก
 
 
 
 
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1995 ในค่ำคืนนั้น Oasis ได้ขึ้นเล่นที่ Sheffield Arena ซึ่งมีสองเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับวง คือ 1.นั้นเป็นค่ำคืนสุดท้ายที่ Tony McCarroll ตีกลองให้กับวงและ 2. เพลง Don't Look Back In Anger ถูกเล่นเป็นครั้งแรกในค่ำคืนนั้น โดยมันถูกเล่นในช่วง Acoustic ของ Noel Gallagher ระหว่างเพลง ‘Take Me Away’ และ ‘Talk Tonight' ในตอนนั้นเพลงนี้ยังไม่มีชื่อด้วยซ้ำ โดยก่อนเล่น Noel ได้ประกาศให้ผู้ชมฟังว่า 
 
"ผมแต่งเพลงนี้ตอนวันอังคารที่ผ่านมา ยังไม่มีใครเคยได้ยินเพลงนี้เลยนะทุกคน"
 
และนี่คือคลิปเสียงของ Don't Look Back In Anger ในค่ำคืนนั้นครับ
 
 

 

2.จุดเริ่มต้นของบทเพลงอันเป็นตำนาน
 
 
ปี 2007 Noel ได้ออกมาเล่าให้ Uncut magazine ฟังถึงค่ำคืนที่ Don't Look Back In Anger เกิดขึ้นมาครับ
 
"ตอนนั้นเราอยู่ใน Paris กับวง The Verve ผมมีคอร์ดของเพลงและก็เริ่มๆเขียนมันขึ้นมาแล้ว เราจะมีโชว์ในอีกสองวันต่อมาซึ่งเป็นคอนเสิร์ตระดับอารีน่าครั้งแรกของเรา มันคือ Sheffield Arena Show
 
ตอนที่เราซาวด์เช็คกัน ผมเริ่มตีคอร์ดเพลงนี้กับกีต้าร์โปร่ง ตอนนั้น Liam ก็เดินมาถามผมว่าร้องอะไรอยู่วะ ผมไม่ได้ร้องด้วยซ้ำแค่กำลังประกอบร่างมัน อยู่ๆไอ้ Liam ก็พูดว่า มึงลองร้องว่า  'So Sally can wait' ดิ ตอนนั้นผมปิ๊งเลย แม่งโคตรอัจฉริยะ ผมเลยเริ่มร้อง 'So Sally can wait' และผมจำได้ว่าผมรีบกลับไปที่ห้องแต่งตัวและเขียนมันออกมา ทุกอย่างมันพรั่งพรูออกมาอย่างไวเลย"
 
FYI:ในบทเพลง Lyla ของ Oasis ที่ออกมาในปี 2005 Noel กล่าวว่า Lyla คือน้องสาวของ Sally ครับ
 
 

 

3.ของขวัญจาก John Lennon 
 
 
 
 
เชื่อหรือไม่ว่าเนื้อเพลงท่อน 'trying to start a revolution from me bed, because they said the brains I had went to my head' นั้น Noel เอามาจากคำพูดของ John Lennon ที่เคยอัดไว้ในเทปม้วนหนึ่งที่ Dakota Hotel โดยมีบางคนไปเจอเข้า และเทปม้วนนี้ตกมาถึงมือของ Noel เขาชอบประโยคนี้มากจนนำมาใส่ในเพลงนี้ ซึ่งประโยคนี้ John Lennon กำลังพูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่หลายๆคนจดจำได้ นั่นคือเหตุการณ์ Bed-Ins for Peace เพื่อต่อต้านสงครามเวียดนามนั่นเองครับ
 
ส่วนอีกเรื่องนึงที่แฟนๆสงสัยกันมากมายว่าทำไมอินโทรเพลงนี้ถึงได้เหมือนกับเพลง Imagine ของ John Lennon จังเลย ซึ่ง Noel ก็ออกมายอมรับว่าเอามาจากเพลงนี้จริงๆครับ
 
"ที่ Imagine กลายเป็นอินโทรของเพลงนี้ เหตุผลครึ่งนึงคือผมต้องการปั่นหัวคนเล่นๆส่วนอีกครึ่งนึงคือพอเพลงนี้ออกมา ทุกคนก็จะรู้ว่ามันได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Imagine และไม่ว่าใครจะคิดยังไง ต้องมีเด็กอายุ 13 บางคนที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วไม่รู้จักเพลง Imagine จนเขาต้องไปตามหาอัลบั้มของ John Lennon มาฟัง คุณเข้าใจมั๊ยว่าผมหมายความว่าอะไร"
 
และนี่คือที่มาของ Don't Look Back In Anger ในตอนแรกครับ แต่มันยังไม่จบเพราะในตอนหน้าเราจะมาพูดถึงในช่วงที่เพลงนี้ถูกบันทึกเสียงและเรื่องราวในปกซิงเกิลของเพลงนี้
 
ติดตามกันเร็วๆนี้ครับ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia และ NME
 
เขียนโดย ดีเจเอิร์ธ