NEWS

หมอกจางๆ หรือควันคล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้! กรมควบคุมมลพิษ เตือนประชาชนเฝ้าระวังฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในกทม.

Feb 08, 2018 / ดู 372 ครั้ง

กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 69-94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใน 5 สถานี ได้แก่ บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนพระราม 4 และริมถนนลาดพร้าว โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สอดคล้องกับข้อมูลการรายงานพยากรณ์อากาศในพื้นที่กรุงเทพฯของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ความชื้น 88 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศสะสมเพิ่มขึ้นได้
 
นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า วันนี้ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯมีหมอกหนา ที่มาพร้อมกับฝุ่นละอองขนาดเล็กจึงขอแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันค่า PM2.5 ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง ประกอบด้วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ  ได้แก่ 1.โรคระบบทางเดินหายใจ 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคเยื่อบุตาอักเสบ และ 4.โรคผิวหนัง รวมถึงผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งที่ต้องเผชิญกับฝุ่นละออง
 
กรมควบคุมโรคจึงแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันสุขภาพเมื่อเกิดฝุ่นขนาดเล็ก ดังนี้
1. ให้อยู่ภายในอาคารบ้านเรือน หากไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้าน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง 
2. ปิดประตูหน้าต่างอาคารบ้านเรือน เพื่อป้องกันฝุ่นเข้า หากปิดไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำทำเป็นม่านปิดแทน 
3. หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดๆ ปิดจมูกและปาก แต่หากอยู่ในที่ที่มีฝุ่นหนาแน่นให้ใช้หน้ากากกรองฝุ่น หรือหาผ้าเปียกมาปิดจมูก 
4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และการทำงานหนักที่ออกแรงมาก เนื่องจากการหายใจเร็วระหว่างออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายรับฝุ่นละอองเข้าไปมาก 
5. ดื่มน้ำมากๆ และไม่สูบบุหรี่ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก 
6. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงสัมผัสกับอากาศที่มีฝุ่นละออง หรือมีการใช้หน้ากากกันฝุ่น
7. ไม่เผาขยะ โดยเฉพาะขยะที่เป็นสารพิษ เช่น พลาสติก ยางรถยนต์ รวมทั้งขยะทั่วไป 
8. ลดการใช้รถยนต์ หรือใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้มลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง
 
อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงพักผ่อนอยู่ในบ้าน เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ขณะเดียวกันยังแนะนำผู้ที่ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ขอให้ดูแลอย่างใกล้ชิดและหมั่นสังเกตอาการ โดยเฉพาะผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ ถุงลมโป่งพอง และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด หากพบอาการผิดปกติให้รีบนำตัวส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที
 
ที่มา PPTVHD และ ThaiPBS
ภาพ สสส.

ข่าวอื่นๆ

+more