NEWS

ตายเพื่อใคร ไม่สำคัญเท่าอยู่เพื่อใคร! กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ เผยเหตุผลสุดซึ้งจากหัวอกคนเป็นพ่อ ที่ต้องเริ่มดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อลูก

Jun 07, 2017 / ดู 430 ครั้ง

เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากๆคนหนึ่ง สำหรับ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก แร็พเปอร์ไซส์ใหญ่ ที่มีลูกสาวที่น่ารักมากๆเช่นกัน อย่างน้องชูใจ โดยคุณพ่อกอล์ฟ ได้เผยผ่าน Instagram ว่า เพราะสังคมปัจจุบันนั้นมีความโหดร้ายมากขึ้นทุกวัน จนกลัวว่าลูกสาวจะใช้ชีวิตอย่างไร เขาจึงต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ดูแลสุขภาพมากขึ้น เพื่อที่จะเป็นเสาหลักให้ลูกสาวได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

"พักนี้มีแต่ข่าวที่ชวนหดหู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการก่อร้ายทั้งนอกบ้านและในบ้าน รวมไปถึงข่าวคดีอาชญากรรมอื่นๆ ที่น่าสะเทือนขวัญ 

คนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ลูกยังเล็กอย่างเราเวลารับรู้ข่าวพวกนี้ทีไร อย่างแรกสุดที่เรามักรู้สึกคล้ายกัน คือ ความเป็นห่วงลูก สังคมที่โหดร้ายและไร้ปรานีนั้น เป็นความจริงที่เราไม่อาจปฏิเสธว่า กำลังรอให้เขาเดินเข้าไปเผชิญหน้า ในขณะเดียวกันคนที่ผมรู้สึกเป็นห่วงมากๆ คือ ตัวเอง
 
เปล่าเลย ผมไม่ได้ห่วงตัวเองเพราะตัวเอง แต่ผมห่วงตัวเองเพราะหากผมเป็นอะไรไปก่อนลูกโตพอจะเผชิญโลก ใครกันที่จะอยู่ดูแลเป็นเสาหลัก คอยปกป้อง อบรม สั่งสอน ชี้นำให้เขาเดินไปในทางที่เหมาะสม
 
กล่าวคือ ยิ่งโลกยิ่งโหดร้าย พ่อกับแม่ยิ่งสมควรต้องรักชีวิตตนเอง 
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองบางอย่าง นั่นคือ การลุกมาเดินออกกำลังกายวันละชั่วโมง ถึงชั่วโมงครึ่ง กอปรกับขอให้เบลช่วยทำอาหารง่ายๆ ที่ดีต่อสุขภาพ พยายามให้เบลใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ น้ำมันมะกอก ผักปลอดสาร ในการทำอาหาร
 
ผมค่อยๆ ลดปริมาณอาหารต่อมื้อลง ซึ่งมันก็ค่อยๆ อยู่ตัวขึ้นเรื่อยๆ ผมค่อยๆ ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งในแต่ละวันผมก็เริ่มเดินได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นผลบางอย่าง คือ น้ำหนักที่ลดลง และการหายใจที่คล่องขึ้น 
มันเป็นสิ่งที่ผมก็ไม่คิดมาก่อนว่าผมจะทำได้ สำหรับคนที่เคยมีความคิดเบื่อโลกที่โหดร้ายจนอยากหนีมัน ลูกกลับทำให้ผมเข้าใจบางอย่าง
 
ข่าวการระเบิดพลีชีพในคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน ทำให้ผมคิดว่า ในขณะที่บางคนเชื่อว่า การตายเพื่อทำลายนั้นแสนกล้าหาญ ผมกลับเชื่อว่าความกล้าหาญที่แท้จริง คือ การเชื่อมั่นที่จะอยู่ เพื่อปกป้องสิ่งที่เรารัก ... ตายเพื่อใคร
 
จริงๆ แล้วไม่สำคัญเท่าเราอยู่เพื่อใคร"
 
 

พักนี้มีแต่ข่าวที่ชวนหดหู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการก่อร้ายทั้งนอกบ้านและในบ้าน รวมไปถึงข่าวคดีอาชญากรรมอื่นๆ ที่น่าสะเทือนขวัญ คนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ลูกยังเล็กอย่างเราเวลารับรู้ข่าวพวกนี้ทีไร อย่างแรกสุดที่เรามักรู้สึกคล้ายกัน คือ ความเป็นห่วงลูก สังคมที่โหดร้ายและไร้ปรานีนั้น เป็นความจริงที่เราไม่อาจปฏิเสธว่า กำลังรอให้เขาเดินเข้าไปเผชิญหน้า ในขณะเดียวกันคนที่ผมรู้สึกเป็นห่วงมากๆ คือ ตัวเอง เปล่าเลย ผมไม่ได้ห่วงตัวเองเพราะตัวเอง แต่ผมห่วงตัวเองเพราะหากผมเป็นอะไรไปก่อนลูกโตพอจะเผชิญโลก ใครกันที่จะอยู่ดูแลเป็นเสาหลัก คอยปกป้อง อบรม สั่งสอน ชี้นำให้เขาเดินไปในทางที่เหมาะสม กล่าวคือ ยิ่งโลกยิ่งโหดร้าย พ่อกับแม่ยิ่งสมควรต้องรักชีวิตตนเอง หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองบางอย่าง นั่นคือ การลุกมาเดินออกกำลังกายวันละชั่วโมง ถึงชั่วโมงครึ่ง กอปรกับขอให้เบลช่วยทำอาหารง่ายๆ ที่ดีต่อสุขภาพ พยายามให้เบลใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ น้ำมันมะกอก ผักปลอดสาร ในการทำอาหาร ผมค่อยๆ ลดปริมาณอาหารต่อมื้อลง ซึ่งมันก็ค่อยๆ อยู่ตัวขึ้นเรื่อยๆ ผมค่อยๆ ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งในแต่ละวันผมก็เริ่มเดินได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นผลบางอย่าง คือ น้ำหนักที่ลดลง และการหายใจที่คล่องขึ้น มันเป็นสิ่งที่ผมก็ไม่คิดมาก่อนว่าผมจะทำได้ สำหรับคนที่เคยมีความคิดเบื่อโลกที่โหดร้ายจนอยากหนีมัน ลูกกลับทำให้ผมเข้าใจบางอย่าง ข่าวการระเบิดพลีชีพในคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน ทำให้ผมคิดว่า ในขณะที่บางคนเชื่อว่า การตายเพื่อทำลายนั้นแสนกล้าหาญ ผมกลับเชื่อว่าความกล้าหาญที่แท้จริง คือ การเชื่อมั่นที่จะอยู่ เพื่อปกป้องสิ่งที่เรารัก ... ตายเพื่อใคร จริงๆ แล้วไม่สำคัญเท่าเราอยู่เพื่อใคร

โพสต์ที่แชร์โดย Fucking Hero (@ftodah) เมื่อ