NEWS

''เม็ดบัวอบกรอบ มาย'' จากเม็ดบัวชนบทก้าวสู่ตลาดตลาดอาเซียน

Sep 27, 2017 / ดู 327 ครั้ง

"เม็ดบัวอบกรอบ มาย" จากเม็ดบัวชนบทก้าวสู่ตลาดตลาดอาเซียน

จุดเริ่มต้นธุรกิจ
ธุรกิจ "เม็ดบัวอบกรอบ มาย" เริ่มต้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โดยคุณณิชชา เต็งประวัติ เล ประธานบริหารบริษัททีแอลเทรดวินด์ จากความตั้งใจที่อยากจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ ได้มองเห็นว่าภายในจังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งพื้นที่ในภาคอีสานในหลายๆจังหวัดนั้นมีการทำนาบัวกันเป็นอย่างมากทั้งยังได้สัมผัสกับผู้ที่ประกอบอาชีพทำนาบัว จึงทําให้ทราบปัญหาที่ชาวนาบัวประสบอยู่ว่าในการเก็บขายแต่เฉพาะบัวอ่อน ใบบัว ดอกบัว รากบัว ทําให้ขายได้ไม่หมดและยังเก็บผลผลิตมาขายไม่ได้ทุกวัน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทางผลผลิต ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงานและคุณภาพชีวิตตกต่ำภายในชุมชน นอกจากนั้นบัวเป็นพืชที่ปลูกง่าย ต้นทุนในการปลูกไม่สูง และสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ดังนั้นเมื่อมองเห็นวัตถุดิบที่สะท้อนถึงโอกาส จึงนำมาสู่การแปรรูปเม็ดบัวเป็นขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ กลายเป็นขนม "เม็ดบัวอบกรอบ" ตรา มาย โดยมีโจทย์ว่า ต้องอร่อย แปลกใหม่ ทานสะดวก และเก็บรักษาได้นาน
เม็ดบัวอบกรอบ มาย ไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆและไม่มีวัตถุกันเสีย ยังคงอิงในรสที่เป็นธรรมชาติของเม็ดบัว เนื่องจากเม็ดบัวมีสรรพคุณล้นประโยชน์ จึงทำให้ "เม็ดบัวอบกรอบ มาย"เป็นขนมขบเคี้ยวหรือของทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพ ทานได้ทุกเพศทุกวัย เหมาะสำหรับเป็นของว่างและของขบเคี้ยวได้ทุกโอกาส อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ทานคู่กับอาหารจานโปรดหรือเครื่องดื่มต่างๆได้อย่างลงตัว เช่น ทานคู่กับชา กาแฟ นมสด ไอศครีม หรือใส่ในอาหารต่างๆประเภทของทอด ยำ ส้มตำ ฯลฯ เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและสีสันของอาหารให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น ส่วนเม็ดบัวที่นำมาอบกรอบนั้นคือบัวพันธุ์ "บัวหลวง" จะมีขนาดเม็ดใหญ่ มีรสชาติหวาน ซึ่งเหมาะกับการอบกรอบ นอกจากนี้แบรนด์มายยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ทำมาจากบัวด้วย เช่น ชาดีบัว ชาใบบัวและชารากบัว

ก้าวสู่ตลาดใหญ่
เริ่มแรกนั้น ทำส่งขายภายในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี "มาย" จึงขยายตลาดกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า Modern-trade ทั่วประเทศ ร้านของฝาก และร้านสินค้าเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ รวมทั้งการขายออนไลน์ ซึ่งธุรกิจเริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทพัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตให้มีมาตรฐานทันสมัยมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและตลาดโลก สินค้าของทีแอลเทรดวินด์ได้รับการรับรองมาตรฐาน Codex GMP, Halal, Q-Mark ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและได้รับการการันตีคุณภาพจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ เช่น รางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2016 ภาคธุรกิจเกษตรโดยมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 50 ของฝากยอดเยี่ยมของโลก (Best 50 Gourmet Souvenirs From Around The World) จากนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก Cond? Nast Traveler Magazine อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกเป็นโรงงานต้นแบบการแปรรูปผลผลิตการเกษตรในโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังฤดูการทำนาของจังหวัดสุรินทร์ ได้รับเกียรติจากกรมวิชาการเกษตรเป็นตัวแทนกลุ่มสินค้าเกษตรที่แปรรูปจากบัว และได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการเเข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาคอีกด้วย
ก้าวสู่ตลาดอาเซียน
เม็ดบัวอบกรอบมายเริ่มเจาะตลาดอาเซียน อย่างเช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยมีกำลังการผลิต ประมาณ 300 ตันต่อเดือน และในอนาคตจะมีการขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยตอนนี้กำลังเน้นที่กัมพูชาและมาเลเซีย สำหรับวิธีคิดสยายปีกธุรกิจในตลาดอาเซียนในแบบฉบับนักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างคุณณิชชา เต็งประวัติ เล ประธานบริหารบริษัททีแอลเทรดวินด์ คุณณิชชาเป็นนักธุรกิจที่มีมุมมองของการทำธุรกิจในแบบนักสังคมศาสตร์ เขามองอย่างคนที่เข้าใจภูมิภาคนี้อย่างลึกซึ้ง เนื่องด้วยคุณณิชชาจบการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท เรียนสาขาภาษาเวียดนามและเวียดนามศึกษา และปัจจุบันกำลังเรียนภาษาทางการของกัมพูชา คุณณิชชากล่าวว่า " การขยายตลาดในอาเซียน เราต้องรู้จักผู้คน สังคม และวัฒนธรรมของเขาก่อน ต้องดูว่า เขาชอบอะไร ดำเนินชีวิตแบบไหน จะได้รู้ว่าต้องเจาะตลาดแบบไหน และสินค้าของเราเหมาะหรือไม่เหมาะ ขณะที่การพูดภาษาเดียวกับเขา สื่อสารด้วยภาษาของเขา เขาจะไว้เนื้อเชื่อใจเรา เราจะเข้าถึงเขาได้ง่าย เพราะความรู้สึกเหมือน เราคือคนบ้านเขา ไม่ใช่คนต่างชาติ"
อย่างไรก็ตาม คุณณิชชาได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "เหนือสิ่งอื่นใดการประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องความสบายใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้า เห็นความสุข เห็นสิ่งดีๆ ที่เราหยิบยื่นให้เขา เห็นว่าเขาทานสินค้าเราแล้วมีประโยชน์ นี่คือความสุขที่เราได้จากการทำธุรกิจนี้ ขอแค่ให้ธุรกิจอยู่ได้ ไม่ขาดทุน มีการเติบโต โดยไม่มุ่งเอากำไรมากเกินไป โดยอยู่กันแบบ "ลูกค้าแฮปปี้ ธุรกิจมีความสุข" และที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะรู้จัก "คืนให้กับสังคม" ด้วย


ข่าวอื่นๆ

+more